กัญชง อันเป็นพืชเศรษฐกิจบนพื้นที่สูง

cO5LQCNTWk1ly8KUHCkqrVh4NqIe9V2QY9X9oLnoUVh4007tBEdFRps.jpg

กัญชง….เป็นไม้ล้มลุกมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L var. sativa ลักษณะทางพฤกษศาสตร์คล้ายกัญชา แตกต่างกัน คือ ต่อมน้ำมันของกัญชงมีน้อยกว่า จัดอยู่ในพืชซึ่งให้ประโยชน์หลักทางด้านสิ่งทอ เป็นสำคัญ

เดิมทีกัญชง เคยเป็นพืชล้มลุกที่ได้รับการจัดให้อยู่ในวงศ์เดียวกับพืชตระกูลตำแย (Urticaceae) แต่ในตอนหลังนักพฤกษศาสตร์พบว่า…มันมีคุณสมบัติและลักษณะเฉพาะหลายอย่างที่ต่างออกไป จึงได้รับการแบ่งเป็นวงศ์ Cannabidaceae ตามความเชื่อที่สืบสานกันมาของม้ง ว่า….เทพเจ้า หรือเย่อโซ๊ะ (Yawm Saub) ผู้สร้างโลก สร้างมนุษย์ และได้ประทานพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ มาให้มนุษย์ “หมั้ง” หรือ “ม่าง” คือ กัญชง เป็นพันธุ์พืชที่ได้ ประทานมาให้ใช้ทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม ใช้สอย และใช้ในพิธีกรรมต่างๆ

กัญชง เป็นพืชที่มีความสำคัญต่อวัฒนธรรมประเพณีของพวกม้ง….นับตั้งแต่เกิดจนถึงตาย แต่…กัญชงยังมีข้อจำกัด เนื่องจากถูกจัดเป็นพืชเสพติดหวงห้าม ประเภท 5 เช่นเดียวกับกัญชา เกษตรกรต้องลักลอบปลูกทั้งๆ ที่เป็นพืชที่มีประโยชน์

จากเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2542….สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงมีพระราชดำรัสแก่คณะรัฐมนตรี และผู้เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพร ณ พระที่นั่งดุสิดาลัย ว่า….ได้เสด็จฯ ไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน รู้เรื่องเกี่ยวกับต้นกัญชง มีความเสียใจที่ทางกฎหมายว่าเป็นต้นกัญชา เป็นสิ่งเสพติดไป ที่จริงมีการปลูกมาตั้งแต่ ปู่ ย่า ตา ทวด…ซึ่งพวกชาวเขาได้นำมาทอเป็นเสื้อผ้า โอกาสดีที่อเมริกันกับมิชชันนารีขึ้นไปสอนศาสนาให้กับพวกเขา เห็นชาวเขาใส่ผ้ากัญชงบางๆ เลยสอนให้เลี้ยงแกะแล้ว เอาขนแกะผสมกับกัญชง เป็นใยทอผ้า ทำให้ผ้านั้นมีความอบอุ่น….

มูลนิธิโครงการหลวงจึงได้นำกัญชง มาส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก เพื่อใช้ประโยชน์ในการสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ สร้างรายได้หลายหลากประเภท อาทิ สิ่งทอ อาหาร เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพ และเครื่องสำอาง เป็นต้น

โฆษณา

แตงโมบางเบิด….

ม.จ

ย้อนหลังอดีตไปครึ่งศตวรรษกว่าๆ ได้สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก กับแตงโมผลโตขนาดน้ำหนักเกือบ 20 กิโลกรัม…..และผลผลิตนี้ ก็เป็นสินค้าส่งออกไปจำหน่ายที่ปีนังกับมาเลเซีย

ผู้สร้างตำนานแตงโมประวัติศาสตร์นี้คือ หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ราชนิกูลที่สละอาชีพรับราชการในระดับอธิบดี แล้วหันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม จนได้รับการสรรเสริญว่าเป็น บิดาเกษตรแผนใหม่

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2463 ม.จ.สิทธิพร กับหม่อมศรีพรหมาและครอบครัว เดินทางโดยเรือมาขึ้น ที่อ่าวบางเบิด ตำบลทรายทอง อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บริเวณพื้นที่ห้วยตาแป๊ะ โดยบุกเบิกพื้นที่เกษตรกรรม ดำเนินพระชนม์ชีพเช่นเดียวกับชาวบ้านธรรมดา…บนแนวความคิดที่ปฏิเสธการปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างชัดเจน โดยมีเป้าหมายว่า หากพืชอย่างหนึ่งขายไม่ได้ราคา ก็เปลี่ยนไปเก็บเกี่ยวพืชอื่นออกจำหน่ายแทน

ผลผลิตจากฟาร์มบางเบิด จึงมีหลากหลายทั้งพืชผัก ผลไม้ พืชไร่ ฯลฯ ซึ่งพื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แห่งแรกของประเทศไทย และในขณะเดียวกัน ก็ยังเลี้ยงไก่พันธุ์เล็กฮอร์น เพื่อผลิตไข่ขายเป็นแห่งแรกเช่นกัน นอกจากนั้นก็มีสุกร โคนม โดยนำมูลมาเป็นปุ๋ย ให้ทุกอย่างในฟาร์มเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างคุ้มค่า….แต่ก็มิได้ปฏิเสธเครื่องจักรกล ได้นำมาใช้เป็นเครื่องทุ่นแรงเช่นกัน

จนกระทั่งปี 2470 จึงได้นำเอาสาระความรู้เกี่ยวกับการเกษตรมาตีพิมพ์ ชื่อ วารสารกสิกร ซึ่งมีจุดยืนชัดเจน โดยนำปรัชญาเงินทองเป็นมายา ข้าวปลาเป็นของจริง ชักชวนให้คนไทย หันมาใช้ชีวิตทำกสิกรรม…วารสารฉบับนี้ ยังมีชีวิตยืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อปี 2504 ระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทรงพยายามเรียกร้อง ให้มีการยกเลิกพรีเมียมข้าว เพื่อให้ชาวนาขายในราคาที่สูงขึ้น และปี 2510 ก็ได้รับรางวัลด้านบริการสาธารณะ สาขาการเกษตรแผนใหม่ จากมูลนิธิรามอน แมกไซไซ…

วันที่ 22 มิถุนายน 2514 ท่านก็สิ้นชีพิตักษัย สิริพระชันษา 88 ปี ทุกวันนี้ฟาร์มบางเบิดมิได้ถูกทิ้งร้าง กลายเป็นสถานีวิจัยสิทธิพร กฤดากร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ท่านใดสนใจศึกษาประวัติม.จ.สิทธิพร กฤดากร สามารถดาวน์โหลดอ่านได้ที่ http://www.openbase.in.th/files/sitthiporn004.pdf

ประเพณี “Konaki Sumo”

konaki-sumo.jpg

ประเพณีที่ว่านี้มีชื่อว่า “Konaki Sumo” หรือขออนุญาตตั้งเองว่า “ประเพณี…ซูโม่แกล้งเด็ก” ก็จะไม่แกล้งเด็กได้ยังไง เพราะถึงเวลาแทนที่ซูโม่จะออกมาสู้กัน ดันมาแข่งกันทำให้ทารกร้องไห้ซะงั้น โดยกติกามี อยู่ว่า เมื่อซูโม่ได้เด็กทารกไว้ในมือแล้ว ทั้งสองจะหันหน้าเข้าหากัน ฝ่ายใดที่สามารถทำให้ทารกในมือร้องไห้ได้ก่อนก็เป็นฝ่ายชนะ แต่ถ้าทารกเกิดใจตรงกันร้องไห้พร้อมกัน ก็ต้องมาวัดฝีมือที่เจ้าหนูกันแล้วว่า คนไหนร้องไห้เสียงดังกว่ากัน

ส่วนใครที่สงสัยว่า แล้วพ่อแม่ที่ไหนจะยอมให้เอาทารกน้อยของตัวเองมาทำแบบนี้ มีหวังขวัญหนีดีฝ่อพอดี ก็ต้องบอกว่าชาวญี่ปุ่นมีความสุภาษิตโบราณที่ว่า ยิ่งทารกร้องไห้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยให้ทารกโตเร็วขึ้นเท่านั้น ซึ่งความเชื่อนี้สืบเนื่องมากว่า 400 ปีแล้ว

ดังนั้น จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมทุกๆ ปีจึงมีคุณพ่อคุณแม่ชาวญี่ปุ่นยินดีนำลูกน้อยมาร่วมพิธินี้ ซึ่งประเพณี “Konaki Sumo” จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

กินแอปเปิลวันละ 1 ลูก สตรีไม่ต้องห่วงเป็นมะเร็งของเต้านม

18-05-14-12-54-05-194_deco.jpg

น้ำสกัดแอปเปิล มีสรรพคุณช่วยสกัดกั้นขนาดของเนื้อร้ายต่อมน้ำนมของหนูทดลองอย่างเห็นได้ชัด และยิ่งให้กินมาก ก็ยิ่งกีดกั้นได้มากขึ้นแค่นั้น..
นักวิจัยผู้มีชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ชื่อดังของสหรัฐฯ ได้หลักฐานจากการศึกษาถึง 6 เรื่องเมื่อปีกลายเพิ่มมากขึ้น ยืนยันว่าถ้าหากกินแอปเปิลวันละ 1 ผล จะไม่ต้องพึ่งหมอเพราะโรคมะเร็งเต้านม
วารสารวิชาการ เกษตรกรรมและเคมีอาหาร รายงานว่า รายงานผลการศึกษาของรองศาสตราจารย์ รุย ไอ ลิว อาจารย์วิชาวิทยาศาสตร์การอาหารกล่าวว่า น้ำสกัดแอปเปิล มีสรรพคุณช่วยสกัดกั้นขนาดของเนื้อร้ายต่อมน้ำนมของหนูทดลองอย่างเห็นได้ชัด และยิ่งให้กินมาก ก็ยิ่งกีดกั้นได้มากขึ้นแค่นั้น “เราไม่แต่เพียงสังเกตว่าหนูที่ผ่านการรักษามีเนื้อร้ายหลงเหลือเพียงไม่กี่แห่ง หากแต่ยังพบว่าเนื้อร้ายได้หดตัวลงด้วย ลดความรุนแรงลง และขยายตัวได้ช้าลง เมื่อเทียบกับเนื้อร้ายในหนูตัวที่ไม่ได้รักษา”

ดอกไม้งาม นามซากุระ จิตวิญญาณแห่งญี่ปุ่น

8w

ร้อน ร้อน ร้อน หลายคนคงจะตะโกนในใจว่า ร้อนจนไม่อยาก จะออกจากบ้านไปไหน วันนี้เลยเสาะหาเรื่องสวยงามเย็นตา เย็นใจมาให้อ่าน ในชีวิตนี้ ต้องมีสักครั้งในชีวิต ที่จะได้มีโอกาสไปในกินอาหารปิกนิก ภายใต้บรรยากาศชิวๆ ใต้ต้นซากุระ ที่ประเทศญี่ปุ่นซักครั้ง

วัฒนธรรมการชมดอกไม้นี้มีมานานตั้งแต่ยุคนารา ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 8 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ราชวงศ์ถังของจีนมีอิทธิพลเหนือญี่ปุ่น และถ่ายทอดวัฒนธรรมมาให้หลายเรื่อง รวมทั้งการชมความงามของดอกไม้ ซึ่งดั้งเดิมเป็นการชมดอกท้อเป็นหลัก แต่ตั้งแต่ยุคเฮอัน ซากุระก็กลายเป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมมากกว่า

ชาวญี่ปุ่น เป็นชนชาติที่มีความผูกพันกับซากุระมานาน คำว่า “ซากุระ” มาจากคำเก่าแก่สองคำคือ “ซา” หมายถึง วิญญาณแห่งพืชพันธุ์ และ “กุระ” หมายถึง ที่ประทับของเทพเจ้า รวมกันแล้ว “ซากุระ” คือที่สถิตของจิตวิญญาณแห่งพืชพันธุ์ทั้งปวง จึงเป็นต้นไม้ที่สำคัญมาก และการผลิบานของซากุระ ก็เป็นสัญญาณถึงการเริ่มฤดูกาลทำนา ซากุระจึงเป็นเหมือนจิตวิญญาณของชาวญี่ปุ่นด้วย

ในพ.ศ.1407 ภูเขาไฟฟูจิก็พ่นพิษเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ ซึ่งผู้ว่าการจังหวัดกล่าวโทษว่า สาเหตุเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ไม่ยอมดูแลศาลเจ้าของพระนางให้ดี จึงบัญชาให้มีการสร้างศาลใหม่ และดูแลสักการะทุกวัน เทพีโคโนะฮานะ ซากุยะ ฮิเมะ จึงกลายเป็นเทพีแห่งภูเขาไฟฟูจิด้วย จนถึงทุกวันนี้ ผู้ที่ไปเยือนภูเขาอันเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น ก็มักจะแวะไปเยือนศาลของพระนางกันเนืองๆ และเชื่อกันอีกอย่างว่า เมล็ดพันธุ์ของต้นซากุระ ที่พระนางนำมาปลูกเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่นนั้น ก็มาจากภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งพระองค์ดูแลอยู่นี่เอง

สำหรับเกษตรกร การผลิบานของซากุระ เป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มเพาะปลูก ซากุระจึงเป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์เช่นเดียวกับที่เทพีโคโนะฮานะ ซากุยะ ฮิเมะ เป็นจึงมีการสักการะซากุระกันในหลายพื้นที่ และนอกจากเทวนารีพระองค์นี้แล้ว ชาวญี่ปุ่นยังเชื่อว่า ซากุระมีเทพอื่นๆ คอยปกป้องอยู่อีก การสักการะต้นซากุระจึงแพร่หลาย โดยมักจะสักการะต้นซากุระกันด้วยสาเก และว่ากันว่า ไหนๆ ก็เอาสาเกมาถวายเทพแล้ว ก็เลยกรึ๊บ…ดื่มกันเองซะด้วย วัฒนธรรมการชมความงามของดอกซากุระ ก็เลยมีเรื่องให้ทำกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมอาหารมานั่งรับประทานกันใต้ต้นไม้ การดื่ม รวมไปถึงการร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งในยุคหลายร้อยปีก่อน การชมและจัดงานเลี้ยงย่อยๆ ใต้ต้นซากุระนี้ เป็นเรื่องเฉพาะในราชสำนัก แต่กาลเวลาต่อมาก็เผยแพร่ออกสู่กลุ่มซามูไรและประชาชนทั่วไปถึงปัจจุบัน

วัฒนธรรมการชมซากุระ หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า ฮานามิ นี้ มักจะเริ่มขึ้นตั้งแต่กลางเดือนมกราคม ถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี แล้วแต่สถานที่ โดยดอกซากุระจะเริ่มบานจากทางตอนใต้ของประเทศ ขึ้นสู่ทางเหนือไปเรื่อยๆ ถึงกับต้องมีปฏิทินคอยบอกว่า จังหวัดไหนจะบานวันไหน เพื่อให้ประชาชนได้ออกมาชมซากุระกันทันกาลในแต่ละพื้นที่ และนอกจากการชมซากุระตอนกลางวันแล้ว ก็ยังเลยเรื่อยไปถึงการเฮฮาปาร์ตี้ดูดอกไม้กลีบบางกันช่วงยามดึก หรือที่เรียกว่า โยซากุระด้วย

ทั้งต้นและดอกซากุระ เป็นสิ่งที่ผูกพันอยู่กับชาวญี่ปุ่นอย่างแยกไม่ออก ซากุระเป็นสัญลักษณ์สำคัญของญี่ปุ่น เป็นสื่อสำคัญที่รัฐบาลใช้ส่งเสริมให้ ประชาชนเกิดความรักชาติ และยังเป็นของขวัญเพื่อกระชับสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดังเช่นที่ญี่ปุ่นเคยมอบต้นซากุระหลายพันต้นให้สหรัฐอเมริกาไปปลูก และงอกงามดีบนแผ่นดินที่เคยเป็นคู่สงครามกันมาก่อน แต่ในปัจจุบัน ต้นซากุระในสหรัฐฯ เป็นทั้งความงามที่ให้ความสุขตา สุขใจแก่ ผู้ชม และยังเป็นเครื่องหมายแห่งมิตรภาพอันดีด้วย ไม่ว่าซากุระจะอยู่ที่ไหน แต่คนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงญี่ปุ่น เช่นเดียวกับคนญี่ปุ่น ที่ไม่ว่าจะเห็นซากุระที่ไหนก็มักจะคิดถึงบ้าน คิดถึงความเป็นญี่ปุ่น ความสงบ ความงาม ความดี ฯลฯ

จากหนังสือ  ต่วยตูน

“ไผ่รวก” แก้ริดสีดวงทวารได้

Image.jpg

ไผ่รวก หรือ BAMBUSA ARUN-DINACEA WILLD พบขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขาทุกภาคของประเทศไทย

คนรุ่นใหม่น้อยคนนักจะรู้จัก “ไผ่รวก” เพราะส่วนใหญ่จะนิยมปลูกในบริเวณบ้านตามชนบท ที่ห่างไกลความเจริญจริงๆ เพื่อเก็บหน่อรับประทานเป็นอาหาร และต้นใช้ประโยชน์ในการก่อสร้าง ทำเครื่องใช้หลายอย่าง ส่วนที่เรียก “ไผ่รวก” มาจากช่วงฤดูฝน “ไผ่รวก” ที่มีขึ้นตามป่าจะแตกหน่อขึ้นมามากมาย

ชาวบ้านจะขึ้นไปเก็บเอาหน่อไปต้ม หรือลวกให้สุกก่อนนำลงไปขายในตลาดตัวเมือง จึงเรียกว่า “ไผ่รวก” ซึ่งนอกจากหน่อไม้ “ไผ่รวก” จะปรุงอาหารได้หลายอย่างแล้ว บางส่วนยังมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรด้วย เช่น รากต้มน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ เป็นต้น

ปัจจุบัน “ไผ่รวก” ยังใช้เป็นยาแก้ริดสีดวงทวารได้ด้วย โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มเป็นหรือเป็นใหม่ๆจะรักษาให้หายได้ มีวิธีง่ายๆ คือ เอาต้น “ไผ่รวก” แก่หรืออ่อนก็ได้ กับราก จำนวนเท่ากัน แบบสดใช้มากหน่อย แบบแห้งจำนวน 50 กรัม ต้มกับน้ำในหม้อดินดื่มขณะอุ่นแทนน้ำชาทุกวัน โดยดื่มจนยาจืดแล้วเปลี่ยนยาใหม่ ดื่มไปประมาณ 15 วัน อาการจะดีขึ้นและหายได้ ส่วนคนที่เป็นริดสีดวงทวารมานานแล้วอาจช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่หายขาด

“เพชรสังฆาต” แก้ริดสีดวงทวารขาด

1-19.jpg

เพชรสังฆาต หรือ CISSUS QUADRANGULARIS LINN. อยู่ในวงศ์ VITACEAE เป็นไม้เถาเลื้อย ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยม และเป็นข้อปล้อง เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่รักษาโรคริดสีดวงทวารได้ดีมาก โดยคนที่เริ่มเป็นใหม่ๆ ให้เอาเถา “เพชรสังฆาต” 1 ข้อ ตัดเป็นท่อน 3 ท่อน ยัดเข้าไปในกล้วยน้ำว้าสุก หรือห่อด้วยมะขามเปียก กลืนกินวันละ 1 ข้อ ติดต่อกัน 3 วัน 3 ข้อ อาการที่เริ่มเป็นจะหายได้ ส่วนใครที่เป็นมานานถึงขนาดเข้าห้องน้ำอุจจาระหลุดออกมาเป็นยวง ต้องล้างและยัดกลับเข้าสู่ทวารหนัก เจ็บปวดและทรมานมากนั้น ให้นำเอาเถา “เพชรสังฆาต” แบบสดๆ กะเอาแบบพอเหมาะต้มน้ำในหม้อดินดื่มขณะอุ่นเรื่อยๆ ทั้งวัน ปรากฏว่า 3 อาทิตย์ ริดสีดวงทวารหดหายไปได้เหลือเชื่อ เข้าห้องน้ำอุจจาระไม่หลุดออกมาและไม่เจ็บปวดอีก แต่ต้องระวังอย่าให้ท้องผูกจะกลับมาเป็นอีก สามารถต้มดื่มได้เรื่อยๆ รับรองว่าหายแน่นอน